ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 ช้อป Tax Free ญี่ปุ่นต้องจ่ายราคารวมภาษีเต็มจำนวน แล้วไปยืนยันที่สนามบินก่อนโหลดกระเป๋าเพื่อรับเงินคืน สรุปเทียบระบบเดิมกับระบบใหม่ ขั้นตอนที่สนามบิน 4 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่ได้เงินคืน และเช็กลิสต์ก่อนบิน
ญี่ปุ่นเปลี่ยนระบบ Tax Free เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2026
ใครที่เคยช้อปญี่ปุ่นแบบยื่นพาสปอร์ตแล้วจ่ายราคาไม่รวมภาษีที่หน้าร้าน ต้องอัปเดตวิธีคิดใหม่ เพราะ ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 ญี่ปุ่นเปลี่ยนเป็นระบบ "คืนเงินภายหลัง" (Refund Method) นักท่องเที่ยวต้องจ่ายราคารวมภาษีเต็มจำนวนก่อน แล้วไปยืนยันการนำสินค้าออกนอกประเทศที่สนามบิน จากนั้นร้านจึงคืนเงินภาษีให้
ฟังดูไม่ยาก แต่มีรายละเอียดเล็กๆ ที่ถ้าพลาดแล้ว ขอเงินคืนไม่ได้เลย บทความนี้ AIREX สรุปทุกอย่างที่ต้องรู้ พร้อมอินโฟกราฟิกที่บันทึกเก็บไว้ในมือถือใช้ตอนอยู่สนามบินได้ทันที
⚠️ หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้ตรวจสอบจาก National Tax Agency ของญี่ปุ่นและ JNTO ณ เดือนกันยายน 2026 รายละเอียดการปฏิบัติงานที่สนามบินแต่ละแห่งอาจมีการปรับปรุง โปรดตรวจสอบประกาศทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง
1. ระบบเดิม vs ระบบใหม่ ต่างกันตรงไหน

| รายการ | ระบบเดิม (ถึง 31 ต.ค. 2026) | ระบบใหม่ (ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026) |
|---|---|---|
| จ่ายเงินที่ร้าน | แสดงพาสปอร์ต จ่ายราคาไม่รวมภาษี | จ่ายราคารวมภาษี (8% หรือ 10%) เต็มจำนวน |
| เพดานยอดซื้อ | ของกินของใช้ไม่เกิน 500,000 เยน | ยกเลิกเพดาน |
| ประเภทสินค้า | แยกสินค้าทั่วไป / ของกินของใช้ | ยกเลิกการแยกประเภท ใช้กฎเดียวกัน |
| ถุงซีล | ของกินของใช้ต้องใส่ถุงซีล | ไม่ต้องใส่ถุงซีล |
| ยอดซื้อขั้นต่ำ | 5,000 เยน (ก่อนภาษี) / ร้าน / วัน | 5,000 เยน (ก่อนภาษี) / ร้าน / วัน เท่าเดิม |
| กำหนดนำของออก | แล้วแต่ประเภทสินค้า | ต้องออกจากญี่ปุ่นภายใน 90 วันนับจากวันซื้อ |
สำคัญ: ภาษีบริโภคญี่ปุ่นมี 2 อัตรา อาหารและเครื่องดื่ม (ไม่รวมแอลกอฮอล์) เป็น 8% ส่วนสินค้าทั่วไปเป็น 10% เงินที่ได้คืนจึงขึ้นกับประเภทสินค้าที่ซื้อ
2. ขั้นตอนขอคืนภาษีที่สนามบิน

หัวใจของระบบใหม่คือ ต้องทำก่อนเช็กอินโหลดกระเป๋าเสมอ เพราะเจ้าหน้าที่อาจขอดูสินค้าจริง
ขั้นที่ 1: สแกนพาสปอร์ต
ไปที่ตู้ Tax-Free ในโถงผู้โดยสารขาออก หรือทำรายการผ่าน Visit Japan Web ระบบจะดึงข้อมูลการซื้อที่ร้านบันทึกไว้ผูกกับพาสปอร์ตของเรา
ไฮไลท์:
- Visit Japan Web ใช้ทำรายการได้ที่ 7 สนามบินหลัก ได้แก่ Narita, Haneda, Kansai, Chubu, Fukuoka, New Chitose และ Naha
- ใช้พาสปอร์ตเล่มเดียวกับที่แสดงตอนซื้อของ
ขั้นที่ 2: ดูผลการตรวจ
- ไฟเขียว: ผ่านแล้ว ไปเช็กอินโหลดกระเป๋าได้เลย
- ไฟแดง: ต้องนำสินค้าและใบเสร็จไปให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจก่อน
ขั้นที่ 3: รับเงินคืน
ศุลกากรเป็นแค่ผู้ยืนยันว่าเรานำของออกนอกประเทศจริง คนที่คืนเงินให้คือ ร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่ร้านใช้ วิธีและระยะเวลาจึงขึ้นกับแต่ละร้าน
ไฮไลท์:
- คืนเข้าบัตรเครดิต โดยทั่วไปประมาณ 1–2 สัปดาห์
- โอนเข้าบัญชีธนาคาร โดยทั่วไปประมาณ 2–4 สัปดาห์
- บางผู้ให้บริการอาจมีช่องทางรับเงินสดที่เคาน์เตอร์
เคล็ดลับ: ถ้าคืนเข้าบัตรเครดิตไทย ยอดที่เห็นเป็นบาทอาจไม่เท่ากับตอนจ่ายเป๊ะ เพราะอัตราแลกเปลี่ยนวันที่คืนเงินต่างจากวันที่ซื้อ และควรถามร้านตอนซื้อว่ามีการหักค่าธรรมเนียมการคืนเงินหรือไม่
3. 4 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่ได้เงินคืน

1) โหลดกระเป๋าก่อนทำรายการ
ถ้าของที่ซื้ออยู่ในกระเป๋าที่โหลดไปแล้ว จะเอาออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจไม่ได้ ถ้าเจอไฟแดงก็จบ ต้องทำรายการที่ตู้ให้เสร็จก่อนเข้าคิวเช็กอินเสมอ
2) ของในบิลเดียวกันไม่ครบ
ถ้าซื้อหลายชิ้นในใบเสร็จเดียวกัน ของทุกชิ้นต้องอยู่ครบตอนออกเดินทาง ขาดไปแม้ชิ้นเดียว บิลนั้นจะเสียสิทธิ์คืนภาษีทั้งใบ ถ้ารู้ว่าจะแบ่งของฝากให้คนอื่นระหว่างทริป แนะนำให้แยกบิลตั้งแต่ตอนซื้อ
3) แกะทานหรือใช้ของก่อนออกจากญี่ปุ่น
ขนม เครื่องสำอาง หรือของที่แกะใช้ไปแล้ว ขอคืนภาษีไม่ได้ แม้ระบบใหม่จะไม่บังคับถุงซีลแล้วก็ตาม
4) ออกจากญี่ปุ่นเกิน 90 วันหลังวันซื้อ
สินค้าต้องถูกนำออกนอกประเทศภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ สำหรับทริปท่องเที่ยวทั่วไปไม่น่ามีปัญหา แต่คนที่อยู่ญี่ปุ่นยาวต้องระวัง
สำคัญ: ถ้าขอคืนภาษีไปแล้วแต่ไม่ได้นำของออกนอกญี่ปุ่นจริง อาจถูกเรียกเก็บภาษีคืนพร้อมค่าปรับ
4. เช็กลิสต์ก่อนบิน

ไฮไลท์:
- เก็บใบเสร็จ Tax Free แยกไว้ทุกใบ อย่าปนกับใบเสร็จอื่น
- จัดของที่ซื้อไว้ในกระเป๋าที่เปิดให้ตรวจง่าย ไม่ต้องรื้อทั้งกระเป๋า
- ห้ามแกะหรือใช้ของจนกว่าจะออกจากญี่ปุ่น
- ไปถึงสนามบินเร็วกว่าปกติ เผื่อเวลาต่อคิวตู้ Tax-Free และกรณีเจอไฟแดง
- เผื่อวงเงินบัตรหรือเงินสดให้พอ เพราะต้องจ่ายราคาเต็มก่อน ได้คืนหลังจบทริป
ข้อดีของระบบใหม่
แม้จะเพิ่มขั้นตอนที่สนามบิน แต่ระบบใหม่ก็มีข้อดีชัดเจน โดยเฉพาะสายช้อปของมูลค่าสูง
ไฮไลท์:
- ยกเลิกเพดาน 500,000 เยน ซื้อแบรนด์เนม นาฬิกา หรือสินค้าราคาสูงขอคืนภาษีได้สะดวกขึ้น
- ไม่ต้องจำกฎแยกของกินของใช้กับสินค้าทั่วไปอีกต่อไป
- ไม่ต้องใส่ถุงซีล แพ็กของลงกระเป๋าได้ง่ายขึ้น
สินค้าที่ราคาตั้งแต่ 1,000,000 เยนต่อชิ้น ร้านจะบันทึกข้อมูลละเอียด เช่น serial number ไว้ด้วย ส่วนทองคำแท่งและแพลทินัมแท่งไม่อยู่ในข่ายที่ขอคืนภาษีได้
สรุป
ระบบ Tax Free ใหม่ของญี่ปุ่นจำง่ายๆ ว่า "จ่ายเต็มที่ร้าน ยืนยันที่สนามบินก่อนโหลดกระเป๋า รอเงินคืนเข้าบัตรหรือบัญชี" ขอแค่เก็บใบเสร็จให้ครบ ไม่แกะของ และเผื่อเวลาที่สนามบิน ก็ได้เงินคืนครบแน่นอน
อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอนจุกจิก AIREX ช่วยวางแผนทริปและแนะนำเรื่องช้อปปิ้งให้ตลอดการเดินทาง
ดูแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นทั้งหมด →
อ่านเพิ่มเติม: ภาษีใหม่ญี่ปุ่น 2026-2027 ที่ต้องรู้ก่อนจองทริป | เที่ยวโตเกียว 5 วันด้วยตัวเอง งบไม่เกิน 40,000 บาท | JR Pass 2026 คุ้มไหม?
อ้างอิง: National Tax Agency Japan, Japan National Tourism Organization (JNTO) · อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2026
แชร์บทความนี้:
แท็ก
สนใจทัวร์ที่เกี่ยวข้อง?
เรามีแพ็คเกจทัวร์ที่ครอบคลุบสถานที่ในบทความนี้ พร้อมไกด์มืออาชีพ
