ภาษีขาออกญี่ปุ่นขยับเป็น 3,000 เยน ค่าธรรมเนียมวีซ่าโต 5 เท่า ภาษีที่พักเกียวโตสูงสุด 10,000 เยน/คืน และระบบ Tax-Free ใหม่ที่ต้องจ่ายเต็มแล้วยืนยันที่สนามบิน — สรุปครบทุกตัวเลข พร้อมวันเริ่มบังคับใช้และวิธีวางแผนงบไม่ให้บานปลาย
ภาษีใหม่ญี่ปุ่น 2026-2027 ที่ต้องรู้ก่อนจองทริป
ปี 2026 คือปีที่ญี่ปุ่นปรับระบบภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสิบปี ตั้งแต่ค่าออกจากประเทศที่ขยับขึ้นเป็นสามเท่า ไปจนถึงวิธีช้อปปิ้งแบบ Tax-Free ที่เปลี่ยนโฉมไปคนละแบบ หลายคนที่เคยมาเที่ยวแล้วกลับมาอีกครั้งปีนี้อาจตกใจว่า "ทำไมจ่ายเพิ่มหลายจุดจัง" — บทความนี้ AIREX รวมทุกการเปลี่ยนแปลงมาไว้ที่เดียว พร้อมวันที่บังคับใช้ที่แน่ชัด และเคล็ดลับจัดงบให้รอดทุกสถานการณ์
⚠️ หมายเหตุ: ตัวเลขและวันบังคับใช้ในบทความนี้ตรวจสอบจากแหล่งทางการ ณ เดือนกันยายน 2026 ราคาอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและช่วงเวลา โปรดตรวจสอบล่าสุดก่อนตัดสินใจจองทุกครั้ง
1. ภาษีขาออกญี่ปุ่น (International Tourist Tax) — 1,000 → 3,000 เยน
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 ภาษีสำหรับผู้เดินทางออกจากญี่ปุ่นเพิ่มจาก 1,000 เยนเป็น 3,000 เยนต่อคน โดยเก็บกับทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนญี่ปุ่น ปกติรวมอยู่ในตั๋วเครื่องบินอยู่แล้ว ไม่ต้องจ่ายแยกที่สนามบิน
ไฮไลท์:
- บังคับใช้ 1 ก.ค. 2026 — ผู้ที่ออกเดินทางก่อนวันนี้ยังจ่ายอัตราเดิม 1,000 เยน
- เสียแล้วตั้งแต่ซื้อตั๋ว ไม่ต้องเตรียมเงินสดตอนเช็คอิน
- เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป (จ่ายค่าตั๋ว) เสียภาษีนี้ด้วย
เงินส่วนนี้รัฐบาลญี่ปุ่นใช้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว อย่างการขยายระบบขนส่งและบริหารจัดการนักท่องเที่ยวในจุดที่แน่นเกินไป สำหรับเราก็แค่อัปเดตสมองว่าตั๋วเครื่องบินญี่ปุ่นรอบใหม่แอบแพงขึ้น ~1,600-1,700 เยน (ราว 700 บาท) ต่อคนไปโดยปริยาย
2. ภาษีที่พัก (Accommodation Tax) — เกียวโตขยับแรงสุด
ภาษีที่พักคือเงินที่จัดเก็บต่อคนต่อคืน จ่ายผ่านที่พักตอนเช็คอินหรือเช็คเอาท์ และอัตราแตกต่างกันไปแต่ละเมือง จุดที่ต้องจับตาปีนี้:
| เมือง | การเปลี่ยนแปลง | เริ่มบังคับใช้ |
|---|---|---|
| เกียวโต | ขั้นสูงสุดพุ่งไปที่ 10,000 เยน/คน/คืน สำหรับที่พักระดับบนสุด | 1 มี.ค. 2026 |
| โตเกียว | เปลี่ยนจากอัตราแบบขั้นบันได (100-200 เยน) มาเป็น 3% ของค่าที่พัก | 1 เม.ย. 2027 |
ไฮไลท์:
- เกียวโตจัดเก็บมานานแล้ว แต่ปีนี้ขยับอัตราขึ้นทั้งตาราง — ยิ่งพักแพง ยิ่งจ่ายหนัก
- โตเกียวยังจ่ายอัตราเดิมอยู่ตอนนี้ ระบบ 3% เริ่มปี 2027 ค่อยตามมา
- ค่าภาษีนี้แยกจากค่าห้อง ต้องเผื่อเงินสดหรือบัตรไว้จ่ายตอนถึงที่พัก
ตัวอย่างเทียบให้เห็นภาพ: ค้างคืนเกียวโตในรีสอร์ตระดับหรูสักคืน ภาษีที่พักอาจสูงถึง 10,000 เยนต่อคนต่อคืน (~2,300 บาท) เท่าค่าอาหารมื้อดีๆ หนึ่งมื้อไปเลย ส่วนโรงแรมมาตรฐานทั่วไปอัตราจะถูกกว่านั้นมาก ไม่ต้องตกใจไป
3. ค่าธรรมเนียมวีซ่า — ปรับขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี
ค่าธรรมเนียมออกวีซ่าญี่ปุ่นปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 โดยวีซ่าเข้าประเทศครั้งเดียวขยับจาก 3,000 เยนเป็นราว 15,000 เยน ถือเป็นการปรับครั้งแรกในรอบเกือบครึ่งศตวรรษ
แต่ข่าวดีสำหรับคนไทย: ทริปท่องเที่ยวไม่เกิน 90 วัน คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่แล้ว ค่าธรรมเนียมนี้จึงไม่กระทบทัวร์ทั่วไป — คนที่ต้องยื่นวีซ่าจริงๆ คือกลุ่มไปเกิน 90 วัน ไปทำงาน หรือศึกษาต่อ ที่ต้องเผื่องบส่วนนี้เพิ่มอย่างชัดเจน
4. Tax-Free ระบบใหม่ — จ่ายเต็มที่ร้าน ยืนยันที่สนามบิน แล้วรอเงินคืน
นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่นักช้อปต้องเจอตัวจริงเสียงจริงแน่นอน ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 วิธีช้อปปิ้งปลอดภาษีเปลี่ยนจาก "จ่ายราคาไม่รวมภาษีที่ร้าน" เป็น "จ่ายราคารวมภาษีเต็มจำนวน แล้วยืนยันการนำของออกที่สนามบินก่อนโหลดกระเป๋า" จากนั้นร้านหรือผู้ให้บริการของร้านจะคืนเงินเข้าบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคาร
ไฮไลท์:
- จ่ายราคารวมภาษีที่ร้าน (อาหาร 8% / สินค้าทั่วไป 10%) ยอดขั้นต่ำยังเป็น 5,000 เยน/ร้าน/วัน เท่าเดิม
- ยกเลิกเพดาน 500,000 เยน และไม่ต้องใส่ถุงซีลอีกต่อไป
- ต้องทำรายการที่ตู้ Tax-Free หรือ Visit Japan Web ก่อนเช็กอินโหลดกระเป๋า และต้องนำของออกภายใน 90 วันนับจากวันซื้อ
- ของในบิลเดียวกันต้องครบทุกชิ้น ของที่แกะทานหรือใช้แล้วขอคืนภาษีไม่ได้
ข้อควรระวังด้านงบคือยอดภาษีที่เคยได้ลดทันที ตอนนี้ต้องจ่ายออกไปก่อนแล้วรอคืนหลังจบทริป ถ้าแพลนช้อปหนักควรเผื่อวงเงินบัตรให้พอ
ขั้นตอนที่สนามบินแบบละเอียด ไฟเขียว/ไฟแดง และ 4 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่ได้เงินคืน อ่านต่อได้ที่ ญี่ปุ่นเปลี่ยนระบบ Tax Free 1 พ.ย. 2026: ทำยังไงไม่ให้ชวดเงินคืน →
5. JESTA — ใบอนุญาตออนไลน์ก่อนบิน มาไม่ช้ากว่าปี 2028
ญี่ปุ่นกำลังจะเปิดใช้ระบบ JESTA (Japan Electronic System for Travel Authorization) ระบบขออนุญาตเดินทางล่วงหน้าแบบออนไลน์ คล้าย ESTA ของอเมริกา โดยเร่งแผนจากปี 2030 มาเป็น ปี 2028 สำหรับผู้เดินทางจากประเทศที่งดวีซ่ากับญี่ปุ่นราว 72 ประเทศ ประเทศไทยอยู่ในลิสต์นี้ด้วย
ไฮไลท์:
- ยังไม่บังคับใช้จริงวันนี้ — เตรียมพร้อมเพื่อบังคับปี 2028
- ต้องขอออนไลน์ก่อนซื้อตั๋ว/ขึ้นเครื่อง ใช้กับการมาเที่ยวระยะสั้น
- ค่าธรรมเนียมและรายละเอียดยังไม่ประกาศ — ติดตามข่าวก่อนจองทริปปี 2028 เป็นต้นไป
สรุปสั้นๆ: คนไทยปี 2026-2027 เที่ยวญี่ปุ่นได้ตามปกติ ไม่ต้องยื่นวีซ่า แต่ปี 2028 เป็นต้นไปจะมีขั้นตอนออนไลน์เพิ่มมาอีกชั้น ถ้ามีแพลนไปช่วงต้นปี 2028 ควรเช็คสถานะการบังคับใช้ก่อนจองเสมอ
สรุป: งบทริปญี่ปุ่นควรเผื่อเพิ่มเท่าไหร่
มาคิดเป็นบาทกันตรงๆ (คำนวณที่ 1 เยน ≈ 0.23 บาท ณ ก.ย. 2026):
ไฮไลท์:
- ตั๋วเครื่องบิน: ภาษีขาออกใหม่ +3,000 เยน/คน (~700 บาท รวมในตั๋วแล้ว)
- ที่พักเกียวโต: เผื่อภาษีที่พักตามอัตราใหม่ ตั้งแต่ร้อยเยนถึงหลักพันเยน/คืน ตามระดับที่พัก
- ช้อปปิ้ง: เตรียมจ่ายเต็มก่อน รอคืนตอนจบทริป อย่าใช้เงินหมดก่อนถึงสนามบิน
- ไปเกิน 90 วัน/ทำงาน/เรียน: ค่าวีซ่าโตขึ้นหลายเท่า ต้องเผื่องบจริงจัง
โดยรวมทริปมาตรฐาน 5-7 วันจะเห็นงบโตขึ้นราว 1,000-3,000 บาทต่อคน จากภาษีที่พักกับภาษีขาออกเป็นหลัก ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องเลิกไป แต่ควรรู้ล่วงหน้าเพื่อวางแผนได้ถูก ถ้าวางแผนดี ประโยชน์ที่ได้กลับมาคือประสบการณ์ที่ดีขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานที่ญี่ปุ่นเอาเงินเหล่านี้ไปลงทุน
จะเที่ยวปีนี้หรือปีหน้า AIREX พร้อมช่วยวางแผนทริปที่ตารางแม่นและงบโปร่งใส — ดูตัวเลือกแพ็คเกจของเราได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
ดูแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นทั้งหมด →
อ่านเพิ่มเติม: ระบบ Tax Free ใหม่ญี่ปุ่น 2026 | JR Pass 2026 คุ้มไหม? วิธีคำนวณจุดคุ้มทุน | ฤดูไหนเที่ยวญี่ปุ่นดีที่สุด | คู่มือออนเซ็นสำหรับมือใหม่
อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2026
แชร์บทความนี้:
แท็ก
สนใจทัวร์ที่เกี่ยวข้อง?
เรามีแพ็คเกจทัวร์ที่ครอบคลุบสถานที่ในบทความนี้ พร้อมไกด์มืออาชีพ
